รับปรึกษากฎหมายและอรรถคดี รับว่าความทั่วราชอาณาจักร ติดต่อ Line ID : T.G.GROUP รับว่าความคดีแพ่งและคดีอาญา ทั่วราชอาณาจักร คดีเงินกู้ ค้ำประกัน จำนอง ขายฝาก เช่าทรัพย์ เช่าซื้อฯ โทร 094-6848668 "คำพิพากษาของศาลย่อมเป็นอันเด็ดขาด" "ผู้เสียหายเท่านั้นจึงมีอำนาจฟ้องคดี" "ถ้าโจทก์ไม่นำสืบจำเลยย่อมพ้นผิด" "หน้าที่นำสืบย่อมตกอยู่แก่โจทก์" "ความเป็นธรรมนั่นแหละคือความเสมอภาค"


สำนักงานฎหมาย ทนายความเศรษฐพิชญฤ์ สีหามาตย์(S.P.Law office) เป็นสำนักกฎหมายอิสระในประเทศไทย ที่ให้ บริการทางด้านกฎหมาย ให้กับฐานลูกค้าที่หลากหลาย ที่มีตั้งแต่บุคคลธรรมดา ห้างร้าน บริษัทสัญชาติไทย และบริษัทข้ามชาติชั้นนำ นำโดยทนายความเศรษฐพิชญฤ์ สีหามาตย์ และทีมงานสนับสนุน ผู้ให้บริการทางกฎหมาย มืออาชีพ ให้กับลูกค้าที่ ให้ความสำคัญกับ การให้คำปรึกษา จากผู้เชี่ยวชาญ และเป็นตัวแทน ที่ชาญฉลาด ควบคู่ไปกับ นโยบายการเรียกเก็บเงินจริงและเป็นธรรมกับผู้ใช้บริการ


S.P. Law office is a law office which is recognized for providing high-quality services to address the legal solutions required by its clients. It has worked hard on its legal service and given the legal advise in order to protect its clients advantage. This conducts by its professional legal consultants who know that client service is the most important mission in their practice.


หากท่านกำลังมองหาผู้ปรึกษากฎหมายมืออาชีพให้บริการด้านงานกฎหมายและเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านงานบริการกฎหทมาย ด้วยความรวดเร็ว ยุติธรรม



If you're seeking professional legal services, and experts in Law. L.P Law Office is experts in the services of the law. With a quick and fairly.




เราให้บริการ พันธมิตรในพื้นที่ การปฏิบัติของ กฎหมาย ตรวจคนเข้าเมือง และการจ้างงาน ทรัพย์สินทางปัญญา บริษัท กฎหมายและการ บริการ การจัดเก็บภาษี และการ ตลาดการเงิน และการลงทุน และยัง ให้คำแนะนำ เฉพาะในภูมิภาคอาเซียนที่กำลังจะมา เริ่มบูรณาการเพื่อเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน อย่างแท้จริง

We have prepared the service for our clients in every aspects. Our team contains both experienced and experts. We give legal advises in procedural law, the settlement of dispute, and business law for both Thai and foreigner such as Investment in Thailand or in SET, Amalgamation, International Commercial Law, intellectual property litigation, Investment in Energy, Expropriation the property, the settlement in alternative,Corperation, Immigration,Labor, Tax,Case litigation and consult etc,.


As Asian Economic Community (AEC) is starting coming soon. This causes Today's enterprises facing unprecedented changes in the business and regulation. Besides it will incur variation in society, economics, and culture as well.


So, we intend to conduct our service for both in Thailand and in AEC Countries.



ในขณะเดียวกันเราได้มุ่งเน้นความมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมเพื่อให้ สังคมอยู่อย่างผาสุกอย่างเป็นสังคมไทยในการร่วมกันอย่างเป็นประชาคมพร้อมทั้งส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้หลักนิติธรรมและความยุติธรรมตามกฎหมาย


We simultaneously participate in the society service since we realize that our society needs hands to make it peaceful. Moreover, we support the society under the Rule of Law and Justice before the law.





สำนักงานกฎหมาย ทนายความเศรษฐพิชญฤ์ สีหามาตย์ รับปรึกษากฎหมาย รับว่าความทั่วราชอาณาจักร โทร 094-6848668 ปรึกษาฟรี

บริการให้คำเเนะนำ ปรึกษาการจัดตั้ง การประกอบธุรกิจ ในรูปแบบต่างๆ เช่น ห้างหุ้นส่วน บริษัทบริษัทมหาชนจำกัด บริการ อาทิ เช่น



  • จดทะเบียนพาณิชย์ ร้านค้า บุคคลธรรมดา คณะบุคคล
  • จดะเบียนห้างหุ้นส่วนสามัญ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด สมาคม มูลนิธิ
  • จัดตั้งกิจการร่วมค้า หอการค้า สมาคมการค้า สำนักผู้แทน
  • จดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการที่จดทะเบียนไว้ เช่น แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ชื่อบริษัท เพิ่มวัตถุประสงค์ ย้ายสถานประกอบการ เพิ่มทุน ลดทุน เพิ่ม ลดสาขาเปลี่ยนกรรมการและอำนาจกรรมการ ข้อบังคับบริษัท ตราประทับ ฯลฯแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัท แปรสภาบริษัทเอกชน เป็นบริษัทมหาชน ควบรวมกิจการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการ และชำระบัญชี
  • ให้คำปรึกษาการระดมทุน และการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทมหาชน หรือนำหุ้นเข้าจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์กำหนด




ค่าบริการ
ทางสำนักกฎหมาย ได้คิดค่าบริการดังต่อไปนี้

1.จดทะเบียนพาณิชย์สำหรับบุคคลธรรมดา  5,000 บาท (รวมค่าธรรมเนียม)

2.จดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วน 10,000   บาท  (ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม)


3.แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการห้างหุ้นส่วน 8,000 บาท (ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม)


4.เลิกกิจการประเภทห้างหุ้นส่วน 25,000 บาท (ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม)


บริษัทจำกัด

5.จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท(จำกัด)
· ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 1 ล้าน  15000 บาท
· ทุนจดทะเบียนเกิน 1 ล้านเพิ่มล้านละ 5,000 บาท
(ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม)

6.จดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการต่างๆ  5,000  บาท
(ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม)


7.จดทะเบียนลดทุน 10,000 บาท  (ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม)

8.จดทะเบียนเพิ่มทุนบริษัท  10,000 บาท
· ทุนที่เพิ่ม 1 ล้าน : 5000 บาท

(ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม)


9.เลิกกิจการ ชำระบัญชี 30,000 บาท

(ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม)

10ควบบริษัท/แปรสภาพ/รวมกิจการ
· ทุนจดทะเบียน 1 ล้าน    20,000 บาท
· ทุนจดทะเบียนเกิน 1 ล้าน: 5000 บาท


(ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม)


บริษัทจำกัด(มหาชน)

11.จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท (มหาชน)

 ทุนไม่เกิน 100 ล้าน  30,000 บาท
 ทุนตั้งแต่ 100 ล้านแต่ไม่เกิน 500 ล้าน(เพิ่ม 10000)  40,000 บาท
· 500-1000 ล้าน(เพิ่ม 15000)  45,000 บาท

· 1000 ล้านขึ้นไป(เพิ่ม 20,000)  50,000 บาท


(ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม)


12.จดทะเบียนแก้ไขรายการ  15000  บาท

(ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม)

13.จดทะเบียนควบ รวมกิจการ
· ทุนไม่เกิน 100 ล้าน  30,000 บาท
· ทุนตั้งแต่ 100 ล้านแต่ไม่เกิน 500 ล้าน  40,000 บาท
· 500-1000 ล้าน  45,000 บาท
· 1000 ล้านขึ้นไป 50,000 บาท

(ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม)

14.เลิกกิจการบริษัท (มหาชน )

ราคาเริ่มต้นที่50,000 บาท
(ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม)


รายการอื่นๆ
15.รายการอื่นๆ คัดหนังสือรับรอง 500 บาท

(ไม่รวมค่าธรรมเนียม)


16.ลงลายมือชื่อรับรอง กรรมการ

· ห้างหุ้นส่วน/บริษัท  2000 บาท

· บริษัทมหาชน  3000 บาท



17.ประกาศหนังสือพิมพ์ต่างๆ เช่น หนังสือนัดเชิญประชุม เป็นต้น  1,000  บาท
สำหรับการจดทะเบียนสมาคมหรือการนำหุ้นเข้าจดทะเบียน กับ กลต กรุณาติดต่อที่ lawyer_gorge@hotmail.com เพื่อขอทราบรายละเอียด หรือนัดเพื่อคุยงาน






รับปรึกษากฎหมาย และคดีความ รับว่าความทั่วราชอาณาจักร โทร 094-684-8668


สำนักกฎหมาย ทนายความเศรษฐพิชญฤ์ สีหามาตย์ ให้บริการที่ปรึกษากฎหมายและคดี ความ รับว่าความทั่วราชอาณาจักร


คดีแพ่ง คดีผู้บริโภค เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ ค้ำประกัน จำนอง กู้ยืมเงิน เช็ค เเชร์ คดีอาญา คดีแรงงาน คดีทรัพย์สินทางปัญญาการค้าระหว่างประเทศ คดียาเสพติด อาวุธปืน ตรวจคนเข้าเมือง ล้มละลาย คดีปกครอง ระงับข้อพิพาทต่างๆ ประนีประนอมยอมความ สืบทรัพย์ บังคับคดี ร้องขัดทรัพย์ กันส่วนขอเฉลี่ยทรัพย์ ยื่นประกันตัวผู้ต้องหา อุทธรณ์ ฎีกา โทร 094-684-8668 หรือ E-mail : lawyer_gorge@hotmail.com


ด้วยปรัชญาและอุดมการเพื่อสังคม เรายินดีให้คำเเนะนำและปรึกษาคดี โดยทางทีมทนายความมีประสบการด้านการทำคดี ต่างๆ มากมาย หากท่านกำลังประสบปัญหาต่างๆที่หาทางแก้ไขไม่ได้หรือไม่รู้จะปรึกษาใครดี โทรหาเรา 094-6-6848668 (ทนายเศรษฐพิชญฤ์ สีหามาตย์ รับสาย 07.30-20.00 )

สำนักงานกฎหมาย ทนายความเศรษฐพิชญฤ์ สีหามาตย์ โทร 094-6848668



หากท่านกำลังจะทำสัญญา ต่างๆ และไม่แน่ใจว่าข้อตกลงที่ตกลงกันไว้มีข้อบกพร่อง หรือตรงตามความประสงค์ของกฎหมายที่กำหนดลักษณะสัญญาไว้เฉพาะ เช่น การกู้ยืมเงินกว่า 2,000 บาท ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้เป็นสำคัญไว้เป็นหลักฐาน เมื่อสัญญากู้เกินกว่า 2,000 บาทขึ้นไป ไม่ทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อผู้รับผิด จะไม่สามารถฟ้องร้องบังคับคดีได้ เป็นต้น


ดังนั้น การทำสัญญาในเบื้องต้นควรปรึกษาผู้รู้ นักกฎหมายหรือทนายความ หรือติดต่อเรา ยินให้คำปรึกษาแนะนำและให้บริการ จัดทำนิติกรรมสัญญา ดังต่อไปนี้


รับทำนิติกรรมสัญญา สัญญาเช่าทรัพย์ เช่าซื้อ ซื้อขาย แลกเปลี่ยน ให้ สัญญาให้โดยเสน่หา สัญญากู้ยืม ค้ำประกัน จำนำ จำนอง สัญญาจ้างทำของ สัญญาจ้างแรงงาน ข้อตกลงบังคับการปฏิบัติงานของพนักงานในองค์กร สัญญาโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน สัญญาขายฝาก ฝากทรัพย์ สัญญาต่างตอบแทน สัญญาต่างตอบแทนชนิดพิเศษ สัญญาจะซื้อจะขาย ตัวแทน นายหน้า สัญญารับขน เก็บของในคลังสินค้า สัญญาประนีประนอมยอมความ สัญญาประกันภัย ประกันชีวิต สัญญาขายหุ้น โอนหุ้นบริษัท สัญญาตัวแทน นายหน้า โอนสิทธิอาศัย สิทธิเก็บกิน ภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์ สัญญาระหว่างสมรสในเรื่องทรัพย์สิน ข้อตกลงเรื่องสินสมรส เขียนพินัยกรรม ข้อกำหนดพินัยกรรม สัญญาจ้างก่อสร้าง รับเหมาก่อสร้าง สัญญาแชร์ หนังสืออนุญาตต่างๆ หนังสือติดตาม ทวงถาม ฯลฯ












สำนักงานกฎหมาย ทนายความเศรษฐพิชญฤ์ สีหามาตย์ รับปรึกษากฎหมาย รับว่าความทั่วราชอาณาจักร โทร 094-6848668

เครื่องหมายการค้า คือสิ่งที่บ่งบอกความเป็นตัวตนในธุรกิจของคุณและยังเพิ่มยอดขายให้สินค้าหรือบริการนั้นๆ ได้หากลูกค้ามีการจดจำสินค้า แบรนด์และเครื่องหมายการค้าได้ สำนักงานกฎหมายเราได้ให้บริการโดยทนายความผู้เชี่ยวชาญ ด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา และเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธและสิทธบัตร ยินดีให้บริการ ให้คำแนะนำรวมถึงรับออกแบบเครื่องหมายการค้า สืบค้น จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จดแจ้งลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และอนุสิทธบัตรหรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการ และความลับทางการค้า

นอกจากนี้ยังรับปรึกษาคดีเกี่ยวกับ ทรัพย์สินทางปัญญา และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงอุทธรณ์ เกี่ยวกับการจดทะเบียนด้านทรัพย์สินทางปัญญาและศาลทรัพย์สินทางปัญญา

ปรึกษากฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ สิทธิบัตร ฟ้องร้องคดีทรัพย์สินทางปัญญา โทร 094-6848668 อีเมล์ lawyer_gorge@hotmail.com
สำนักกฎหมาย ทนายความเศรษฐพิชญฤ์ สีหามาตย์ รับปรึกษากฎหมาย รับว่าความทั่วราชอาณาจักร โทร 094-6848668


บริการงานที่ดิน



  • รับศึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ รับเป็นที่ปรึกษาในการบริหารโครงการจัดสรรที่ดิน การขออนุญาตจัดสรรที่ดิน 



  • รับทำการขออนุญาตทำการจัดสรรที่ดิน โอนใบอนุญาตทำการจัดสรรที่ดิน แก้ไขแผนผังโครงการจัดสรรที่ดิน ตรวจค้ำประกันสาธารณูปโภค รับจดทะเบียนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร 
  • รับตรวจสอบตำแหน่งที่ตั้งที่ดิน ตรวจสอบชื่อเจ้าของที่ดินแปงข้างเคียง






  • รับตรวจสอบการใช้ประโยชน์ในที่ดิน (ตรวจสอบผังเมือง) 



  • รับจดทะเบียนอาคารชุด รับเป็นตัวแทนผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าของที่ดินในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับห้องชุดทุกประเภท เช่น จดทะเบียนซื้อขาย จดทะเบียนสิทธิการเช่า จดทะเบียนจำนอง ฯลฯ 



  • รับเป็นตัวแทนผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าของที่ดินในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินทุกประเภท เช่น จดทะเบียนซื้อขายที่ดิน จดทะเบียนสิทธิการเช่า จดทะเบียนจำนอง ฯลฯ 



  • รับเป็นตัวแทนผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าของที่ดินในการยื่นคำขอรังวัดสอบเขตที่ดิน รังวัดแบ่งแยกในนามเดิม รังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวม รังวัดเปลี่ยน น.ส.3 หรือ น.ส.3 ก. เป็นโฉนดที่ดิน ฯลฯ 
  • รับเป็นตัวแทนผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าของที่ดินหรือผู้มีส่วนได้เสียในการดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับที่ดินทุกประเภท อาทิ คัดถ่ายระวาง คัดถ่ายสำเนาโฉนดที่ดิน ขอหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดิน ฯลฯ 



  • รับยื่นคำขออนุญาตทำการก่อสร้างอาคาร ก่อสร้างสะพาน ขอหนังสือรับรองการใช้อาคาร
  • บริการให้คำแนะนำและจัดเตรียมเอกสารขอจดทะเบียนอาคารชุดและนิติบุคคลอาคารชุด จัดสรรที่ดิน และขอรังวัดที่ดิน
  • จัดทำข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุดให้ถูกต้องตามกฎหมาย พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522
  • จดทะเบียนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตาม พ.ร.บ.นิติบุคคลจัดสรรที่ดินฯ
  • จดทะเบียนหอพักตาม พ.ร.บ หอพัก พ.ศ.2507
  • นอกจากนี้ยังให้คำปรึกษาคดีความเกี่ยวกับที่ดิน มรดก และการซื้อขายที่ดิน โทร 094-684-8668
  • รับฝากขายที่ดิน สำหรับหรับนายหน้าหรือ นายทุนที่ต้องการขายที่ดิน ลงทะเบียนกับเราที่นี่ คลิก
  • สำนักงานกฎหมาย ทนายความเศรษฐพิชญฤ์ สีหามาตย์ โทร 094-6848668 
    บริการรับทำวีซ่า และใบอนุญาตทำงาน การเข้ามาในราชอาณาจักร จะต้องขออนุญาตเข้ามาถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กฎหมายกฎหนด และเป็นไปตามกฎหมาย ดังนั้น ทางสำนักงานได้ตระหนักถึงปัญหาและมีทนายความที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะสำหรับการขออนุญาตให้เป็นไปตามกฎหมาย ทั้งนี้ กฎหมายคนเข้าเมือง การตรวจประวัติอาชญากรรม ก็ล้วนเกี่ยวข้องกันทั้งสิ้น


    บริการรับทำวีซ่าทุกประเภท อาทิ เปลี่ยนประเภทลงตรา วีซ่าสำหรับแต่งงาน สำหรับครูอาจารย์ นักศึกษา วีซ่าปั้นปลาย การขอกลับเข้ามาในราชอาณาจักร (Re-entry) แจ้ง 90 วัน และวีซ่าสำหรับนักธุรกิจ หรือนักลงทุน อื่นๆ 


    นอกจากนี้เรายังบริการรับการขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ซึ่่งการขออนุญาตทำงานนั้น มีเงื่อนไขที่สอดคล้องกับการเข้ามาภายในราชอาณาจักร โดยท่านจะต้องเข้ามาในราชอาณาจักรโดยถูกต้องตามกฎหมายและปฎิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด


    เราสามารถให้คำแนะนำการขอใบอนุญาตทำงานในไทยและจัดเตรียมเอกสารทั้งข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการขออนุญาตหรือการต่อการอนุญาตและรวมถึงการแก้ไขข้อมูลต่างๆ ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบที่กำหนดไว้ได้ ปรึกษาเรื่องวีซ่าและใบอนุญาตทำงานแบบ One Stop Services ที E-mail : lawyer_gorge@hotmail.com หรือโทร 0946848668 ปรึกษากฎหมายข้อมูลเบื้องต้น ฟรี !!!!


    การจดทะเบียนมูลนิธิ

    ความหมายของมูลนิธิ
    ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 110 ได้บัญญัติความหมายของมูลนิธิไว้ว่า 
    มูลนิธิได้แก่ ทรัพย์สินที่จัดสรรไว้โดยเฉพาะสำหรับวัตถุประสงค์ เพื่อการกุศลสาธารณะ การศาสนา ศิลปะ วิทยาศาสตร์ วรรณคดี การศึกษา หรือเพื่อสาธารณะประโยชน์อย่างอื่นโดยมิได้มุ่งหาประโยชน์มาแบ่งปันกัน และได้จดทะเบียนตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้

    การจัดการทรัพย์สินของมูลนิธิ ต้องมิใช่เป็นการหาผลประโยชน์เพื่อบุคคลใด นอกจากเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธินั้นเองกล่าวโดยสรุป ความหมายของมูลนิธิตามข้อกฎหมายข้างต้นนี้ให้ความสำคัญอยู่ที่ทรัพย์สินคือ เป็นการนำเอาเงินสด และอสังหาริมทรัพย์มารวมกันเข้าเป็นกองทุน เพื่อทำกิจกรรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ดังจะเห็นได้จากหลักเกณฑ์ของการจัดตั้งมูลนิธิ ซึ่งทางราชการได้กำหนดหลักการและจำนวนเงินทุน “ทุนทรัพย์เริ่มแรก” ที่นำมาจดทะเบียนไว้ดังนี้

    ใน การจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิต้องมีกองทุนเป็นเงินสดไม่น้อยกว่า 500,000 บาท ถ้าเป็นทรัพย์สินอย่างอื่นต้องมีเงินสดไม่น้อยกว่า 250,000 บาท และเมื่อรวมกับทรัพย์สินอื่นแล้วต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 500,000บาทแต่ ถ้ามูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการสังคมสงเคราะห์ ส่งเสริมการศึกษา การกีฬา ศาสนา สาธารณภัย และเพื่อการบำบัดรักษา ค้นคว้า ป้องกันผู้ป่วยจากยาเสพติด เอดส์ หรือมูลนิธิที่ก่อตั้งโดยหน่วยงานของรัฐได้รับการผ่อนผันให้มีทรัพย์สินเป็น กองทุนไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท ถ้าเป็นทรัพย์สินอย่างอื่นจะต้องมีเงินสดไม่น้อยกว่า 100,000 บาท และเมื่อรวมกับทรัพย์สินอื่นแล้วต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 200,000 บาท

    การเตรียมการจัดตั้งมูลนิธิ
    ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 111 ได้กำหนดให้มูลนิธิ ต้องมีข้อบังคับและต้องมีคณะกรรมการของมูลนิธิ ประกอบด้วยบุคคลอย่างน้อย 3 คน เป็นผู้ดำเนินกิจการของมูลนิธิตามกฎหมายและข้อบังคับของมูลนิธิ การก่อตั้งมูลนิธิ ต้องมีบุคคลหรือคณะบุคคลมารวมกันปรึกษาหารือ เพื่อดำเนินการในเรื่องดังต่อไปนี้

    ทรัพย์สินที่จะจัดตั้งมูลนิธิ

    • จัดทำข้อบังคับของมูลนิธิ
    • กำหนดที่ตั้งของสำนักงานมูลนิธิ
    • แต่งตั้งและกำหนดตำแหน่งกรรมการมูลนิธิ เช่น ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ เหรัญญิก เลขานุการ เป็นต้น
    • แต่ง ตั้งบุคคล เพื่อมอบหมายให้ดำเนินการในเรื่องการยื่นเรื่องราวของมูลนิธิ เมื่อได้ประชุมกันกระทำแล้วให้ผู้ได้รับมอบหมายจัดทำเอกสารเพื่อยื่นเรื่องขอจัดตั้งมูลนิธิจำนวน 4 ชุดดังนี้
    1. รายชื่อเจ้าของทรัพย์สินและรายการทรัพย์สินที่จะจัดสรรสำหรับมูลนิธิ
    2. รายชื่อ ที่อยู่ และอาชีพของผู้จะมาเป็นกรรมการของมูลนิธิทุกคน
    3. ข้อบังคับของมูลนิธิ
    4. หนังสือคำมั่นสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินแก่มูลนิธิของเจ้าของทรัพย์สินตาม (1) ที่มีผลตามกฎหมาย
    5. สำเนาพินัยกรรม ในกรณีที่การขอจดทะเบียนมูลนิธิหรือจัดสรรทรัพย์สินสำหรับมูลนิธิตาม (1) เกิดขึ้นโดยผลของพินัยกรรม
    6. สำเนา ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นที่ส่วนราชการหน่วยงานของ รัฐ หรือรัฐวิสาหกิจออกให้ และสำเนาภาพถ่ายทะเบียนบ้านของบุคคลตาม (1) และ (2) หรือหลักฐานอื่นที่สามารถแสดงสถานภาพของบุคคลและถิ่นที่อยู่ในทำนองเดียวกัน ในกรณีที่บุคคลดังกล่าวเป็นผู้ไม่มีหลักฐานตามที่กำหนด เช่น คนต่างด้าวหรือพระภิกษุ
    7. แผนผังโยสังเขปแสดงที่ตั้งสำนักงานใหญ่ และที่ตั้งสำนักงานสาขาทั้งปวง (ถ้ามี) ***
    8. หนังสืออนุญาตจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองให้ใช้สถานที่ตามข้อ ***
    9. สำเนารายงานการประชุมจัดตั้งมูลนิธิ
    10. หนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินของเจ้าหน้าที่ดินและสำเนาโฉนดที่ดิน (กรณีมีที่ดินอยู่ในกองทุนที่จะจัดตั้งมูลนิธิ)
    11. อื่นๆ (ถ้ามี)


    การจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ
    ในเขตกรุงเทพมหานคร ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นนายทะเบียนมูลนิธิ
    ในเขตจังหวัดอื่น ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นนายทะเบียนมูลนิธิ
    การยื่นเรื่องขอจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ มีขั้นตอนปฏิบัติดังนี้

    ในเขตกรุงเทพมหานคร
    ผู้ขอตั้งมูลนิธิ จะต้องจัดทำเอกสารหลักฐาน (จำนวน 4 ชุด) เพื่อยื่นร้องขอจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิตามแบบ (ม.น.1) ต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่สำนักงานมูลนิธิจะจัดตั้งขึ้น ในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่น ณ สำนักงานเขตเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตรับคำร้องแล้วจะตรวจสอบคำขอและหลักฐาน ต่างๆ ตรวจสอบชื่อของมูลนิธิว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือซ้ำกับชื่อของมูลนิธิที่จด ทะเบียนไว้หรือไม่ การตรวจสอบ / สอบสวนผู้ที่จะเป็นกรรมการทุกคนว่ามีฐานะและความประพฤติเหมาะสมที่จะดำเนิน การตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิหรือไม่พนักงาน เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตเสนอความเห็นต่อนายทะเบียนโดยส่งเรื่องไป กองปกครองและทะเบียน สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบกลั่นกรองอีกชั้นหนึ่ง ก่อนส่งให้นายทะเบียนมูลนิธิกรุงเทพมหานคร (ปลัดกระทรวงมหาดไทย)พิจารณาอนุญาต ซึ่งหากเห็นว่าถูกต้องจะส่งไปยังกระทรวงมหาดไทย

    เมื่อนายทะเบียนมูลนิธิกรุงเทพมหานครได้รับเรื่องแล้วหากพิจารณาเห็นว่าวัตถุ ประสงค์ของมูลนิธิเกี่ยวกับงานของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ นายทะเบียนจะส่งคำขอจดทะเบียนดังกล่าวไปยังสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) พิจารณาอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวัฒนธรรมแห่งชาติก่อนเมื่อผ่านกระบวนการของ สวช. แล้ว นายทะเบียนมูลนิธิกรุงเทพมหานครพิจารณาอนุญาตก็จะออกใบสำคัญแสดงการจด ทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ (ม.น.3)และส่งประกาศอนุญาตให้ตั้งเป็นมูลนิธิไปยังสำนักเลขาธิการคณะ รัฐมนตรีเพื่อลงในราชกิจจานุเบกษา แล้วส่งเรื่องคืนไปยังสำนักงานเขตเพื่อแจ้งให้ผู้ขอรับใบสำคัญฯและชำระค่า ธรรมเนียมตามกฎกระทรวง
    ในเขตจังหวัดอื่น
    ผู้ขอตั้งมูลนิธิ ต้องจัดทำเอกสารหลักฐาน (จำนวน 4 ชุด) เพื่อยื่นเรื่องคำร้องขอจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิต่อนายทะเบียนมูลนิธิ จังหวัด ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ ที่สำนักงานใหญ่มูลนิธิตั้งขึ้น
    เมื่อ นายอำเภอท้องที่ได้รับเรื่องขอจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิจากผู้ขอแล้ว จะทำการตรวจสอบ/สอบสวนผู้ที่จะเป็นกรรมการทุกคนว่ามีฐานะและความประพฤติ เหมาะสมในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิหรือไม่เมื่อทำการตรวจ สอบ/สอบสวนเสร็จแล้วรวบรวมหลักฐานทั้งหมดไปยังจังหวัด
    เมื่อ จังหวัดได้รับเรื่องแล้วหากพิจารณาเห็นว่าวัตถุประสงค์ของมูลนิธิเกี่ยวกับ งานของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ จังหวัดจะส่งคำขอจดทะเบียนดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) พิจารณาอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวัฒนธรรมแห่งชาติก่อน
    เมื่อ สวช. ได้ตอบอนุญาตให้จัดตั้งเป็นองค์การแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดพิจารณาอนุญาตก็จะออกใบ สำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิ (ม.น.3) และส่งประกาศการอนุญาตให้ตั้งมูลนิธิไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อลง ในราชกิจจานุเบกษาแล้วส่งเรื่องคืนไปยังอำเภอเพื่อแจ้งให้ผู้ขอมารับใบ สำคัญฯและชำระค่าธรรมเนียมตามกฎกระทรวง

    การจดทะเบียนสมาคม

    สาระสำคัญของการจัดตั้งสมาคม
    เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มบุคคล 10 คนขึ้นไปสมาชิกไม่น้อยกว่า 3 คน ยื่นคำขอจัดตั้งเพื่อการกระทำใดๆเป็นการต่อเนื่องร่วมกัน (เน้นกลุ่มคนเป็นสำคัญไม่ต้องมีกองทุน)
    การบริหารงานสมาคมจะดำเนินการ 2 ลักษณะคือ
    การบริหารโดยคณะกรรมการ
    การบริหารภายใต้การกำกับดูแลของที่ประชุมใหญ่
    วัตถุประสงค์การบริหารงานเพื่อดูแลผลประโยชน์ของสมาชิกเป็นหลัก
    ราย ได้ของสามคมมาจากค่าลงทะเบียน ค่าบำรุงของสมาชิก การจัดกิจกรรม หารายได้ของสมาคม ส่วนรายจ่ายสามารถใช้เงินได้ในทุกกรณี ทั้งนี้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และมติที่ประชุม
    การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของสมาคม แก้ไขโดยมติที่ประชุมใหญ่และต้องนำไปจดทะเบียนภายใน 14 วันนับตั้งแต่วันที่ได้ลงมติ
    นายทะเบียน คือ กรุงเทพมหานคร-อธิบดีกรมการปกครอง ,จังหวัดอื่น-ผู้ว่าราชการจังหวัด
    นายทะเบียนมีอำนาจตรวจตราควบคุมดูแลการดำเนินกิจการและมีอำนาจในการสั่งถอนชื่อสมาคมได้
    ข้อมูลปัจจุบันมี 12,621 สมาคม แยกเป็นกรุงเทพมหานคร 4,785 สมาคม,ต่างจังหวัด 7,836 สมาคม
    การจดทะเบียนจัดตั้งสมาคม

    ขั้นตอนการดำเนินการและการตรวจสอบเอกสารมีดังนี้
    1.รับคำขอตามแบบ ส.ค.1 ณ สำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอ
    ขั้นตอนการดำเนินการ

    • รับคำขอตามแบบ ส.ค.1 ณ สำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอ
    • การตรวจสอบเอกสาร
    • ลงเลขที่รับคำขอ และลงชื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอที่มุมขวาบนของแบบ ส.ค.1

    2.ตรวจเอกสารประกอบคำขอ ส.ค.1
    ขั้นตอนการดำเนินการ

    • ตรวจเอกสารประกอบคำขอ ส.ค.1
    • การตรวจสอบเอกสาร
    • มีเอกสารสำคัญที่ต้องตรวจสอบรวบรวมดังนี้

    ข้อบังคับสมาคมมีสาระสำคัญ 8 รายการ ตาม (มาตรา 79) และต้องไม่มีข้อความที่ขัดกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือไม่ถ้ามีต้อง ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้สอดคล้องกับกฎหมายด้วย
    รายชื่อ ที่อยู่ และอาชีพของผู้จะเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 10 คนและมีกรรมการของสมาคม (มาตรา 81)
    รายงานการประชุมก่อตั้งสมาคม
    แผนผังที่ตั้งสังเขปของสมาคม ทั้งสำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขา (ถ้ามี)
    หนังสืออนุญาตจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองให้ใช้เป็นสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่/สาขา
    สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่หน่วยราชการออกให้และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้จะเป็นสมาชิก
    สำเนาใบอนุญาตจัดตั้งสมาคมตามกฎหมายว่าด้วยวัฒนธรรมแห่งชาติในกรณีที่สมาคมมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับงานของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ
    บันทึก คำให้การตรวจสอบฐานะและความประพฤติของผู้ที่จะเป็นคณะกรรมการของสมาคม หรือหนังสือรับรองกรณีที่ไม่ต้องสอบปากคำพร้อมสำเนาบัตรฯ ที่แสดงว่าเป็นบุคคลน่าเชื่อถือ
    กรณี เป็นบุคคลต่างด้าว ต้องส่งข้อมูลบุคคลไปตรวจสอบประวัติฐานะและความประพฤติ ณ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ และสถานทูตของประเทศที่บุคคลนั้นถือสัญชาติอยู่
    หนังสืออนุญาตการกีฬาแห่งประเทศไทยกรณีเป็นสมาคมที่มีวัตถุประสงค์หลักเกี่ยวกับการกีฬาหรือส่งเสริมการกีฬา
    3.ความเห็นเจ้าหน้าที่

    • ขั้นตอนการดำเนินการ
    • ความเห็นเจ้าหน้าที่
    • การตรวจสอบเอกสาร


    ควรเป็นผู้อำนวยการเขต/นายอำเภอหรือผู้รักษาราชการแทนหรือปฏิบัติราชการแทน เพื่อจะได้กลั่นกรองความถูกต้องก่อนเสมอ นายทะเบียนสมาคม พร้อมลงวันที่ เดือน ปี ที่ลงนามด้วย
    4.การส่งคำขอและเอกสารประกอบคำให้นายทะเบียนสมาคม กทม. หรือนายทะเบียนสมาคมจังหวัด

    ขั้นตอนการดำเนินการ

    • การส่งคำขอและเอกสารประกอบคำให้นายทะเบียนสมาคม กทม. หรือนายทะเบียนสมาคมจังหวัด
    • การตรวจสอบเอกสาร

    เมื่อสำนักงานเขต หรืออำเภอได้พิจารณาเอกสารและคำขอแล้วเห็นว่าครบถ้วนและถูกต้อง ให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและพิจารณา จดทะเบียน
    5.นายทะเบียนสมาคมพิจารณาสมาคมตามกฎหมายอื่นๆ
    ขั้นตอนการดำเนินการ

    • นายทะเบียนสมาคมพิจารณาสมาคมตามกฎหมายอื่นๆ
    • การตรวจสอบเอกสาร

    ถ้ารับจดทะเบียนแล้ว ให้ออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งสมาคม (ส.ค.4) และส่งประกาศรับจดทะเบียนสมาคมไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา แล้วส่งเรื่องคืนสำนักงานเขต หรืออำเภอเพื่อดำเนินการแจ้งผู้ขอจดทะเบียนทราบ และมารับมอบใบสำคัญพร้อมชำระค่าธรรมเนียมตามกฎกระทรวง
    สมาคมการค้า ต้องจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด
    สมาคม ฌาปนกิจสงเคราะห์ ต้องจดทะเบียนกับสำนักงานกิจการสตรีและครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด
    สมาคมนายจ้าง ต้องจดทะเบียนกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด

    อ้างอิง www.thaiquickaccounting.com
    1.บุคคลล้มละลายมีภาระผูกพันอะไรบ้าง

    ตอบ บุคลล้มละลายมีภาระผูกพันอะไรบ้างนั้น มีดังนี้

    1. เมื่อเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว ตามพระราชบัญญัติล้มละลายไม่สามารถทำนิติกรรมใด ๆ ได้ สาเหตุจากมีหนี้สินล้นพ้นตัว เกินกว่า 1,000,000 บาท

    2. ไม่สามารถกระทำการที่เกี่ยวกับนิติกรรมสัญญาใด ๆ ได้ทั้งสิ้น


    บริการรับให้คำปรึกษาแนะนำจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด โทร 094-6848668
    ขั้นตอนการจดทะเบียน บริษัทมหาชนจำกัด


    จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ
    1.ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา อย่างน้อย 15 คนขึ้นไปจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ
    2.หนังสือบริคณห์สนธิ ต้องมีรายการดังต่อไปนี้
    (1) ชื่อบริษัท ต้องมี คำว่า บริษัท นำหน้าและคำว่า จำกัด(มหาชน) ต่อท้ายหรือใช้ คำย่อว่า บมจ.
    (2) ความประสงค์ในการเสนอขายหุ้นให้ประชาชน
    (3) ทุนจดทะเบียน ต้องแสดงชนิดจำนวน มูลค่าหุ้น
    (4) ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ต้องระบุว่าตั้งอยู่ ณ ที่ใดในประเทศไทย
    (5) ชื่อ วัน เดือน ปีเกิด ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทและจำนวนหุ้นที่แต่ละคนจองไว้ และลายมือชื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัท
    3เอกสารที่ใช้
    3.1.แบบคำขอจดทะเบียน
    3.2 หนังสือบริคณห์สนธิ
    3.3 วัตถุประสงค์
    3.4 แบบจองชื่อนิติบุคคล
    3.5 หนังสือมอบอำนาจ(ถ้ามี)

    การเสนอขายหุ้น
    วิธีที่ 1 ขายหุ้นทั้งหมดแก่ผู้เริ่มก่อตั้ง
    วิธีที่ 2 เสนอขายหุ้นต่อประชาชน
               (1) ขออนุญาตต่อสำนักงาน ก.ล.ต ก่อน
               (2) ส่งเอกสารที่เสนอขายหุ้นที่ส่ง ก.ล.ต ให้นายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่ส่งให้ ก.ล.ต.

    ขั้นตอนการนัดผู้จองหุ้นประชุมจัดตั้งบริษัท
    1.ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัท ต้องเรียกประชุมจัดตั้งบริษัทภายใน 2 เดือน นับแต่วันที่มีการจองซื้อหุ้นครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ ในหนังสือชี้ชวน และไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันที่จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ
    2.ถ้าไม่สามารถจัดประชุมผู้ถือหุ้นภายใน 2 เดือนได้ ผู้เริ่มจัดตั้งอาจทำหนังสือขอขยายระยะเวลา ต่อนายทะเบียนออกไปได้อีกไม่น้อยกว่า 1 เดือนแต่ไม่เกิน 3 เดือน (ยื่นก่อนครบกำหนดไม่น้อยกว่า 7 วัน)
    3.การนัดผู้จองซื้อหุ้นเพือประชุมจัดตั้งบริษัท มีวิธีการทำดังนี้
    3.1 ส่งหนังสือเชิญประชุมไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนวันประชุม
    3.2 ส่งหนังสือนัดประชุมไปยังนายทะเบียนไม่น้อยกว่า 7 วันนับแต่วันประชุม
    3.3 ต้องมีระเบียบวาระการประชุม ดังนี้
         (1) การพิจารณาข้อบังคับ
         (2) ให้สัตยาบันแก่กิจการที่ผู้จัดตั้งบริษัทได้ทำไว้ และอนุมัติค่าใช้จ่าย
         (3) กำหนดจะนวนเงินที่จะให้แก่ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัท (ถ้าระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน)
         (4) กำหนดหุ้นบุริมสิทธิ(ถ้ามี)
         (5) กำหนดจำนวนหุ้นสามัญ และหุ้นบุริมสิทธิ
         (6) เลือกตั้งกรรมการและกำหนดอำนาจกรรมการ
         (7) เลือกตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทน

    จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท
    1.ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัท ต้องมอบงานแก่คณะกรรมการที่แต่งตั้งภายใน 7 วัน นับแต่วันประชุมจัดตั้งบริษัท
    2.คณะกรรมการเรียกให้ผู้จองซื้อหุ้นไว้ ชำระค่าหุ้นเต็มจำนวน
    3.คณะกรรมการต้องจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทภายใน 3 เดือนนับแต่วันประชุมจัดตั้งบริษัท

    เพียงแค่นี้ก็เสร็จสิ้นการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท มหาชน จำกัดซึ่งขั้นตอนการจัดตั้งอาจซับซ้อนกว่าบริษัทจำกัดทั้วไป หวังว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับกลุ่มธุรกิจที่จะร่วมก่อการจัดตั้งบริษัท มหาชน ในเเง่ของธุรกิจย่อมเป้นการบอกว่าบริษัท มีความน่าเชื่อถือและมั่นคงมากเพราะกฎหมายกำหนดอย่างน้อย 15 คนและชำระเต็มจำนวนค่าหุ้นทั้งหมดที่จองซื้อไว้ แน่นอนว่าอนคตหากมีการบริหารกิจการค้าที่ดีย่อมมีโอกาสสูงที่จะนำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ ที่ ก.ล.ต. กำหนด



    หลักกฎหมายสำหรับคนเล่นปืน

    รวมหลักกฎหมายตามคำพิพากษาฎีกาที่คนเล่นปืนควรรู้


    การซื้อการครอบครอบอาวุธปืนและเครื่องกระสุน

    - คำพิพากษาฎีกาที่ 5139/2545
    การที่นายทะเบียนอาวุธปืนออกใบอนุญาตให้ซื้อ
    อาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืนส่วนบุคคล (แบบ ป.3) ให้แก่ผู้ขออนุญาต ถือได้ว่านายทะเบียนอาวุธปืนได้อนุญาตให้ผู้ขออนุญาตมีและใช้อาวุธปืนได้แล้ว ส่วนการไปซื้อหรือรับโอนอาวุธปืนตามแบบ ป.3 ดังกล่าว แล้วนำไปดำเนินการจดทะเบียนออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) เป็นขั้นตอนต่อเนื่องมาเพื่อควบคุมอาวุธปืนในราชอาณาจักรให้รู้ว่าอาวุธปืนแต่ละกระบอกอยู่ในครอบครองของผู้ใดเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงว่าผู้ขออนุญาตเพิ่งได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนเมื่อนายทะเบียนอาวุธปืนออกใบอนุญาตแบบ ป.4 ให้



    ตาม
    พ.ร.บ. อาวุธปืน ฯ มาตรา 23 (2) กำหนดให้แบบ ป.3 มีอายุ 6 เดือน นับแต่วันออก การที่จำเลยซื้อและครอบครองอาวุธปืนตามแบบ ป.3 แล้วดำเนินการขอจดทะเบียนรับใบอนุญาตแบบ ป.4 ภายในกำหนดเวลา จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต

    - คำพิพากษาฎีกาที่ 8350/2547
    ตาม พ.ร.บ.
    อาวุธปืน ฯ มาตรา 8 บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดมีเครื่องกระสุนปืน ซึ่งมิใช่สำหรับใช้กับอาวุธปืนที่ตนได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ มาตรา 9 วรรคหนึ่ง บัญญัติถึงใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน ให้ออกให้แก่บุคคลสำหรับใช้ในการป้องกันตัวหรือทรัพย์สิน หรือในการกีฬา หรือยิงสัตว์ และวรรคสอง บัญญัติว่า ใบอนุญาตนั้นให้ออกสำหรับอาวุธปืนแต่ละกระบอก แต่ไม่ได้บัญญัติว่าให้ออกใบอนุญาตโดยเฉพาะสำหรับให้มีเครื่องกระสุนปืนด้วย แสดงว่าเมื่อมีใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนแล้ว การมีกระสุนปืนสำหรับอาวุธปืนนั้น ไม่ต้องมีใบอนุญาตพิเศษ การที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนเป็นการอนุญาตให้มีและใช้กระสุนปืนไปในตัว ดังนั้น เมื่อจำเลยได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนขนาด .22 แล้ว การที่จำเลยมีกระสุนปืนขนาด .22 เพื่อใช้กับอาวุธปืนดังกล่าว จำเลยย่อมไม่มีความผิด แม้โจทก์จะฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองเกินกว่าที่ได้รับใบอนุญาตให้มีไว้สำหรับใช้กับอาวุธปืนที่จำเลยได้รับใบอนุญาต และจำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่อาจลงโทษจำเลยได้


    การพกพาอาวุธปืน
    - คำพิพากษาฎีกาที่ 3945/2540
    เจ้าพนักงานตำรวจได้ตรวจค้นและพบอาวุธปืนพร้อมกระสุนปืนของกลางในกระเป๋าเอกสารซึ่งปิดอยู่และวางอยู่ที่เบาะหลังรถยนต์ซึ่งจำเลยเป็นผู้ขับเมื่อปรากฏว่ากระเป๋าเอกสารที่อาวุธปืนของกลางบรรจุอยู่ภายในนั้นโดยสภาพมีกุญแจล็อกถึง 2 ด้าน ทั้งวางอยู่ที่เบาะด้านหลัง การจะหยิบฉวยอาวุธปืนมาใช้ทันทีทันใดนั้นย่อมเป็นได้ยาก ทั้งจำเลยมีเจตนาเพียงขนย้ายสิ่งของ จึงมิอาจถือได้ว่าเป็นการพาติดตัว

    - คำพิพากษาฎีกาที่ 856/2505
    คำว่าเครื่องหรือสิ่งสำหรับอัด ทำ หรือใช้ประกอบกระสุนอันเป็นเครื่องกระสุนปืนตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ.2490 มาตรา 4(2) นั้น คงมีแต่เฉพาะดินส่งกระสุนเท่านั้นที่บัญญัติไว้โดยตรงจึงไม่หมายถึงแต่เพียงส่วนหนึ่งส่วนใดของกระสุนปืน เช่น หัวกระสุน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่เหลือมาจากการใช้กระสุนปืนไปแล้วเท่านั้น ดังนั้น การที่จำเลยมีหัวกระสุนไว้จึงไม่เป็นความผิด

    - คำพิพากษาฎีกาที่ 267/2506 (เอาปลอกกระสุนไปสวมไม้ตะพด…..)
    จำเลยมีปลอกกระสุนปืนอยู่เพียง 2 ปลอก และไม่ปรากฏว่าจำเลยมีไว้เพื่ออัดหรือใช้ประกอบเครื่องกระสุนปืน กลับได้ความว่ามีไว้ใช้สวมปลายไม้ตะพด ปลอกกระสุนปืนดังกล่าวจึงไม่มีสภาพเป็นเครื่องหรือสิ่งสำหรับอัดหรือทำหรือใช้ประกอบเครื่องกระสุนปืนตามบทวิเคราะห์ศัพท์มาตรา 3 (2) แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2501 จำเลยไม่มีความผิดฐานมีเครื่องกระสุนปืนโดยมิได้รับอนุญาต


    พกปืนไว้เฝ้าบ้าน

    - คำพิพากษาฎีกาที่ 3606/2525
    จำเลยเช่าห้องอยู่อาศัยในแฟลตที่เกิดเหตุ แฟลตจึงเป็นเคหสถานซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัยของจำเลย และดาดฟ้าของแฟลตเป็นบริเวณของแฟลตซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัยนั้นด้วย การที่จำเลยพกพาอาวุธปืนอยู่บนดาดฟ้าของแฟลตจึงเป็นการพกพาอาวุธปืนในบริเวณที่อยู่อาศัยของตน ไม่เป็นความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในเมืองตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 (ที่แก้ไขแล้ว) มาตรา 8 ทวิ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371

    - คำพิพากษาฎีกาที่ 8943/2542
    บ้านเป็นเคหสถานซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัยของจำเลยและบริเวณเพิงหน้าบ้านเป็นบริเวณของบ้านซึ่งใช้เป็นร้านค้าและที่อยู่อาศัยด้วย จำเลยพาอาวุธปืนติดตัวอยู่ในบริเวณที่อยู่อาศัยของตนจึงไม่เป็นความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน



    การพกปืนในยามจำเป็น
    - คำพิพากษาฎีกาที่ 3027/2526
    จำเลยเก็บปืนและเงิน 70,000 บาท ไว้ในลิ้นชักรถ เมื่อจำเลยนั่งรถไปด้วย ถือได้ว่าจำเลยพาอาวุธปืนติดตัวไป และการที่จำเลยขับรถไปส่งผู้เสียหายกับพวกแล้วพากันไปนั่งดื่มสุราและเบียร์ โดยทิ้งเงินไว้ในรถซึ่งจอดอยู่ห่างจากจำเลยประมาณ 5 – 6 วา แสดงว่าจำเลยมิได้ห่วงใยเกี่ยวกับความปลอดภัยของทรัพย์สิน การที่จำเลยพาอาวุธปืนติดตัวไปจึงถือไม่ได้ว่ามีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์

    - คำพิพากษาฎีกาที่ 417/2528
    การที่จำเลยที่ 1 ถือปืนกลับบ้านพร้อมจำเลยที่ 2 ผู้เป็นเจ้าของที่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง และการพาอาวุธปืนนั้นไปเป็นการป้องกันไม่ให้จำเลยที่ 2 นำไปใช้กระทำผิดและนำกลับบ้านเท่านั้น มิได้มีเจตนาพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ จำเลยที่ 1 ไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา 8 ทวิ

    - คำพิพากษาฎีกาที่ 3729/2528
    การกระทำความผิดฐานพาอาวุธปืนนั้นต้องได้ความว่า จำเลยได้นำอาวุธปืนเคลื่อนที่ไปในถนนหรือทางสาธารณะหรือนำเข้าไปในหมู่บ้าน ซึ่งประกอบด้วยการกระทำที่เป็นสาระสำคัญคือการนำอาวุธปืนเคลื่อนที่ไปในขณะกระทำผิด หากปรากฏว่าจำเลยเพียงแต่หยิบเอาอาวุธปืนสั้นของเพื่อนที่วางไว้บนโต๊ะหน้าร้านขายอาหารริมถนนมาเหน็บไว้ที่เอว และคงนั่งอยู่ที่โต๊ะไม่ได้เคลื่อนย้ายไปไหน ดังนี้ ไม่เป็นความผิดฐานพาอาวุธปื

    - คำพิพากษาฎีกาที่ 1053/2529
    จำเลยพาอาวุธปืนไปที่หน้าโรงงานของบริษัทที่เกิดเหตุโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานให้มีอาวุธปืนติดตัว เนื่องจาก นาง ก. พานางสาว น. ไปพบบิดามารดาของจำเลยที่บ้านจำเลยเพื่อเจรจาในการที่จะสู่ขอนางสาว น. เป็นภรรยาจำเลย นาง ก. และนางสาว น. จะกลับบ้าน เป็นเวลาดึกมากแล้ว จำเลยจึงนั่งรถไปส่งบุคคลทั้งสองที่บริษัท การที่จำเลยพาอาวุธปืนไปดังกล่าว ถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีที่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ เพราะไม่แน่ว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นแต่เป็นกรณีที่สมควรรอการลงโทษจำเลย


    รับจำนำปืนต้องระวัง
    - คำพิพากษาฎีกาที่ 7803/2543
    ตาม พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7 บัญญัติว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดทำ ซื้อ มี ใช้ สั่ง หรือนำเข้า ซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่” การที่นาย ส. จำนำอาวุธปืนไว้แก่จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 1 รับมอบอาวุธปืนไว้ในครอบครองเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 1 มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองแล้ว เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ให้มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 72 วรรคสาม

    พกปืนเฝ้าเรือกสวนไร่นา
    - คำพิพากษาฎีกาที่ 7356/2546
    การกระทำอันจะเป็นความผิดฐานพาอาวุธปืนตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง 72 ทวิ วรรคสอง จะต้องเป็นการพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และไม่ใช่กรณีที่ต้องมีอาวุธปืนติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า จำเลยพาอาวุธปืนติดตัวไปที่ขนำนากุ้งไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 3 ตำบลปากพนัง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยจำเลยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว ทั้งไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์อันจะต้องพาอาวุธปืนติดตัวไป ฟ้องของโจทก์ดังกล่าวไม่ปรากฏเลยว่าจำเลยพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ ทั้งไม่ได้ความว่าขนำนากุ้งดังกล่าวเป็นเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะแต่อย่างใด เพียงการพาอาวุธติดตัวไปที่ขนำนากุ้งหาเป็นความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้นไม่ ฟ้องเช่นนี้ย่อมเป็นฟ้องที่ขาดองค์ประกอบความผิด เป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) และลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ ไม่ได้ ปัญหาว่าฟ้องคดีอาญาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกา มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้แม้จำเลยจะมิได้ฎีกา

    - คำพิพากษาฎีกาที่ 200/2518
    พิพากษาว่า จำเลยเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนออโตเมติก ขนาด 11 มม.จากนายทะเบียนท้องที่ตามใบอนุญาตที่ 1876/2515 กระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนของกลางขนาด 11 มม. (จำนวน 128 นัด กับ 30 ปลอก ) ใช้กับอาวุธปืนของจำเลยได้ดังนี้ การมีกระสุนปืนรวมทั้งปลอกกระสุนปืนที่ใช้ยิงแล้ว หากมีไว้สำหรับใช้กับอาวุธปืนที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้โดยชอบด้วยกฎหมาย ย่อมไม่เป็นความผิดตามนัยแห่งมาตรา 8 แห่งพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 ซึ่งเป็นข้อยกเว้นของมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงถือได้ว่ากระสุนปืนกับปลอกกระสุนปืน จำเลยมีไว้สำหรับใช้กับอาวุธปืนของจำเลย ที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้ เป็นการที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้กระสุนปืนไปในตัวโดยไม่ต้องมีใบอนุญาตพิเศษ จำเลยจึงไม่มีความผิด

    - คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2494
    เมื่อมีใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนแล้ว การมีกระสุนปืนสำหรับอาวุธปืนนั้น ไม่ต้องมีใบอนุญาตพิเศษอีกเพราะการที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน เป็นการอนุญาตให้มีและใช้กระสุนปืนไปในตัว

    ที่มา คลินิกกฎหมาย
    การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์และทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1299


          มาตรา 1299 ภายใต้บงคับแห่งบทบัญญัติในประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น ท่านว่าการได้โดยนิติกรรมซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้น ท่านว่าไม่บริบูรณ์ เว้นแต่จะได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนกับพนักงานเจ้าหน้าที่

         ถ้ามีผู้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม สิทธิของผู้ได้มานั้นท่านว่าถ้ายังมิได้จดทะเบียนไซร้ ท่านว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนไม่ได้ และสิทธิอันยังมิได้จดทะเบียนท่านว่า มิให้ยกขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว

    จากบทกฎหมายดังกล่าวสรุปได้ดังนี้

    ความหมายของ อสังหาริมทรัพย์ได้กล่าวไว้แล้วในบทความนี้ http://tanaigeorge.blogspot.com/2012/05/real-estate.html

    ทรัพยสิทธิ (Jus in rem ,ละติน) หมายถึง สิทธิที่มีอยู่เหนือทรัพย์สิน หรือเป็นสิทธิที่จะบังคับเอาแก่ทรัพย์สินโดยตรง  เป็นสิทธิที่ใช้ยันแก่บุคคลได้ทั่วไป หรือใช้ยันแก่บุคคลได้ทั่วโลก เนื่องจากทรัพยสิทธิเป็นสิทธิที่ใช้ยันต่อบุคคลใด ๆ ได้ทั่วไป ทรัพยสิทธิจึงจะก่อตั้งขึ้นได้ก็โดยอาศัยอำนาจของกฎหมาย

    บุคคลสิทธิ (Jus in personam,ละติน ) หมายถึง สิทธิที่มีอยู่เหนือบุคคลในอันที่จะบังคับบุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญาหรือเป็นลูกหนี้ให้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือให้งดเว้นมิให้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือให้ส่งมอบทรัพย์ให้ได้  บุคคลสิทธินี้เป็นสิทธิที่จะบังคับเอาแก่คู่สัญญาผู้สืบสิทธิของคู่สัญญา หรือ ลูกหนี้เท่านั้น จะใช้บังคับหรือใช้ยันต่อบุคคลอื่นทั่วไปมิได้เลย และหากคู่สัญญาผู้สืบสิทธิของคู่สัญญา หรือลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามสิทธินั้น ๆ ผู้ที่มีสิทธิความสัญญาหรือเจ้าหนี้ต้องฟ้องร้องบังคับคดียังโรงศาล จะบังคับกันเองมิได้ บุคคลสิทธินี้อาจเกิดขึ้นได้โดยนิติกรรม เช่น สัญญา หรือนิติเหตุ เช่นละเมิดก็ได้

    การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์มาตรา 1299 วรรคแรก

    1. ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น หมายถึง การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 1299 นี้ต้องอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และกฎหมายอื่น ที่บัญญัติการได้มาของอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์สิทธิไว้โดยเฉพาะแล้ว ให้บังคับตามกฎหมายนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนี้

        มาตรา 456 การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนกับพนักงานเจ้าหน้าที่มิฉะนั้น เป็นโมฆะ
        สัญญาขายฝากตามมาตรา 491
        สัญญาแลกเปลี่ยน ตามมาตรา 519
        ให้โดยเสน่หา ตามมาตรา 525
        จำนองตามสัญญาจำนอง มาตรา 714   ซึ่งกฎหมายบัญญัติเรื่องการได้มาแล้วโดยเฉพาะจึงไม่นำมาตรา 1299 มาบังคับใช้

    2.ต้องเป็นการได้มาโดยทางนิติกรรม ดังนี้

        สัญญาเช่าซื้อ
        โอนที่ดินตีใช้หนี้
        สัญญายอมแบ่งทรัพย์สินเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก อันเป็นการก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดินตามมาตรา 1410
        ได้มาโดยสัญญาประนีประนอมยอมความ หรือศาลพิพากษาตามยอม
        การไถ่ทรัพย์ที่ขายฝาก
        การได้มาซึ่งสิทธิอาศัย สิทธิเก็บกิน ภาระจำยอม สิทธิเหนือพื้นดิน โดยการตกลงหรือยินยอมในลักษณะที่เป็นนิติกรรม
        ได้มาโดยทางพินัยกรรมซึ่งสิทธิอาศัย หรือสิทธิเหนือพื้นดิน ไม่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์
        ยินยอมให้ผู้อื่นสร้างอาคารในที่ดินของตนเอง อาคารไม่เป็นส่วนควบตามมาตรา 146 ผู้สร้างอาคารเป็นผู้ได้มาซึ่งทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ (ฎีกาที่ 1/2536)
        ห้างหุ้นส่วนได้ที่ดินจากการที่หุ้นส่วนนำที่ดินมาลงหุ้น

    3.การทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนกับพนักงานเจ้าหน้าที่

    ทำเป็นหนังสือ หมายถึง การนำคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายลงลายมือชื่อในหนังสือสัญญานั้นๆ

    จดทะเบียนกับพนักงานเจ้าหน้าที่ หมายถึง การจดทะเบียนกับพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินตามแบบที่กฎหมายกำหนด

    4.ถ้าได้มาโดยนิติกรรมดังกล่าวต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนกับพนักงานเจ้าหน้าที่จึงจะสมบูรณ์และเป็นทรัพยสิทธิสามารถยันต่อบุคคลภายนอกได้ทั่วไปตามความหมายของทรัพยสิทธิ

    5.ถ้าไม่ได้กระทำการข้อหนึ่งข้อใดตาม 1-3 ถือว่าการได้มานั้นไม่บริบูรณ์ในฐานะทรัพยสิทธิที่จะสามารถยันบุคคลทั่วไปได้ และบริบูรณ์ในฐานะบุคคลสิทธิบังคับกันได้ระหว่างคู่สัญญาเท่านั้น จะยกขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอกไม่ได้ แม้ว่าจะสุจริตหรือเสียค่าตอบแทนหรือไม่ บุคคลภายนอกย่อมมีสิทธิดีกว่าผู้ได้ทรัพยสิทธิที่ไม่บริบูรณ์


    บุคคลภายนอก หมายถึง บุคคลที่มิใช่เจ้าของทรัพย์เดิมขณะผู้ได้มาโดยทางนิติกรรม กรณีดังกล่าวไม่รวมถึงผู้รับมรดกโดยทางพินัยกรรมและโดยผลของกฎหมายจากเจ้าของเดิมและจากผู้จัดการมรดกด้วย เพราะผู้รับมรดกต้องรับโอนบุคคลสิทธิจากเจ้าของเดิมด้วยจึงไม่ถือว่าเป็นบุคคลภายนอก

    การได้มาโดยทางนิติกรรมนั้น เมื่อไม่จดทะเบียนทำให้ไม่บริบูรณ์ ไม่สามารถฟ้องบังคับให้คู่สัญญาไปจดทะเบียนโอนให้บริบูรณ์ได้ รวมถึงผู้สืบสิทธิด้วย เว้นแต่ กรณีการได้มาโดยนิติกรรมจะเป็นกรณีดังนี้

        มีข้อตกลงว่าจะไปจดทะเบียน (ฎ.6208/2545)
        พินัยกรรมที่ให้สิทธิอาศัยหรือสิทธิเหนือพื้นดิน (ฎ.367/2545)
        ได้มาโดยข้อตกลงพิเศษอย่างสัญญาต่างตอบแทน(2380/2542(ประชุมใหญ่)
        การได้มาซึ่งภาระจำยอม (ฎีกา 3333/49)
        ได้มาโดยคำพิพากษาตามยอม โดยไม่ได้วินิจฉัยประเด็นแห่งคดี(ฎ 7143/2546)

    กรณีข้างต้นถ้าเจ้าของเดิมหรือผู้สืบสิทธิเจ้าของเดิมได้โอนที่ดิน ให้บุคคลภายนอก แล้วไม่ว่า บุคคลภายนอกจะสุจริตหรือเสียค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม ผู้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ที่ยังไม่บริบูรณ์จะฟ้องบังคับบุคคลภายนอกไปจดทะเบียนไม่ได้

    6.หลักผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน คือ การได้มาโดยทางนิติกรรมนั้นต้องเป็นการได้มาจากผู้มีสิทธิจึงเป็นการได้มาที่บริบูรณ์เมื่อยังไม่จดทะเบียนหรือสมบูรณ์เป็นทรัพยสิทธิเมื่อทำเป็นหนังสือเเละจดทะเบียนกับพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว แต่ถ้าการได้มาจากผู้ไม่มีสิทธิ แม้จะได้ทำตามเงื่อนไขมาตรา 1299 วรรคแรก ต้องเป็นไปตามหลักผู้รับโอนไม่มีสิทธิไปกว่าผู้โอนที่ไม่มีสิทธิมาแต่แรก

    7.การได้มาตามมาตรา 1299 ที่ยังไม่จดทะเบียนไม่บริบูรณ์ดังกล่าว อาจเข้าหลักมาตรา 1300 ที่สามารถเพิกถอนได้ซึ่งจะได้อธิบายบทความต่อไป

    8.การได้มานั้นต้องเป็นที่ดินของเอกชนเท่านั้น ถ้าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินไม่บังคับตามมาตรา 1299 วรรคแรกนี้

    สำหรับเรื่องการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์โดยทางนิติกรรมหรือทรัพยสิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ตามมาตรา 1299 วรรคแรกขอสรุปจบเพียงเท่านี้ ส่วนวรรคสองซึ่งจะเป็นกรณีได้มาโดยทางอื่นนอกจากนิติกรรมจะได้กล่าวในบทความต่อไป สวัสดี

    You can replace this text by going to "Layout" and then "Page Elements" section. Edit " About "

    Free Backlinks
    Free BacklinksFree Auto Backlink Exchange Service
    free Backlink Submit ExpressSubmit Express - SEO Services
    AllNewsSite Link Exchange